ประเด็นน่าสนใจ
พระใหญ่ "โตไดจิ" เมืองนารา ประดิษฐานบนดอกบัว สร้างขึ้นตามพระสูตร
[6 มกราคม 2559 18:50 น.]จำนวนผู้เข้าชม 1580 คน
พระใหญ่ "โตไดจิ" เมืองนารา ประดิษฐานบนดอกบัว สร้างขึ้นตามพระสูตร
     วัดโตไดจิ เป็นวัดสำคัญแห่งหนึ่งของเมืองนารา ประเทศญี่ปุ่น เป็นที่รู้จักกันทั่วไปในฐานะเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำริดขนาดใหญ่ ซึ่งคนไทยบางท่านนิยมเรียกว่า หลวงพ่อโตวัดโตไดจิ
     วัดแห่งนี้เป็นวัดที่มีประวัติมายาวนาน  ก่อตั้งขึ้นเมื่อราว 1000 ปีที่แล้ว โดยสร้างขึ้นเพื่อเป็นวัดในนิกาย “เคะงง” หรือที่จีนเรียกว่า “หัวเหยียน” ซึ่งเป็นนิกายที่ได้รับการสนับสนุนจากราชสำนักจีน ต่อมาเมื่อแพร่มาที่ญี่ปุ่น ราชสำนักญี่ปุ่นก็ได้ให้กับสนับสนุนพุทธศาสนานิกายนี้เช่นกัน และส่งเสริมให้มีการสร้างศิลปกรรม รวมทั้งตั้งสำนักศึกษาและเผยแผ่คำสอนขึ้นที่ “วัดโตไดจิ” แห่งนี้
     พุทธศาสนานิกาย “เคะงง” นี้นับถือ “พระไวโรจนพุทธเจ้า” เป็นองค์สำคัญสูงสุด มีคัมภีร์ที่สำคัญชื่อว่า “อวตังสกสูตร” ซึ่งประกอบไปด้วยพระสูตรย่อยๆ หลายพระสูตร แต่ที่ถือว่าเป็นสาระสำคัญคือ “คัณฑซยูหสูตร” ที่มีเนื้อหากล่าวถึงการแสดงพลานุภาพของพระไวโรจนพุทธเจ้า โดยพระองค์ได้สำแดงให้มีจักรวาลจำนวนมากปรากฏขึ้นภายในมหาปราสาทของพระองค์ เพื่อสื่อให้เห็น “ทั้งหมดในหนึ่งเดียวและหนึ่งเดียวในทั้งหมด” เหมือนเป็นการสรุปคำสอนของนิกายนี้ที่สอนว่า ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกล้วนเป็นหนึ่งเดียวกันภายในโลกที่พระไวโรจนพุทธเจ้าทรงสร้างขึ้นด้วยพระกรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ แต่ผู้ที่จะสัมผัสกับโลกนี้ได้ก็ด้วยการปฏิบัติสมาธิเท่านั้น
     แนวคิดดังกล่าวนี้ถูกถ่ายทอดออกมาในรูปของพระไวโรจนพุทธเจ้าองค์ใหญ่ ประดิษฐานไว้ภายในวิหารวัดโตไดจิ ซึ่งทั้งพระพุทธรูปและวิหารองค์ดั้งเดิม ได้สร้างขึ้นในยุคที่นิกายนี้รุ่งเรือง คือราวพุทธศตวรรที่ 14 แต่กว่าจะผ่านมาจนถึงวันนี้ ทั้งพระพุทธรูปและวิหารต่างก็ชำรุดพังลง และได้รับการบูรณะขึ้นใหม่หลายครั้ง
     เฉพาะองค์พระพุทธรูป เห็นได้ชัดว่าเป็นการสร้างขึ้นตามเรื่องราวในพระสูตร ที่บรรยายภาพไว้ว่าพระไวโรจนพุทธเจ้าประทับนั่งอยู่บนมหาดอกบัวแห่งจักรภพ เป็นบัวที่มีกลีบซ้อนกันหลายพันกลีบ ในแต่ละกลีบมีพระพุทธเจ้าศากยมุนีแยกกันไปประทับสั่งสอนเวไนยสัตว์อีกมากมายนับไม่ถ้วน ทั้งนี้ก็เพื่อสื่อให้เห็นว่าพระพุทธเจ้าจำนวนมากมายที่เกิดแก่และละสังขารไปจากโลกทั้งหลายเหล่านั้น แม้จะเป็นผู้ที่เปี่ยมด้วยธรรม แต่ก็เป็นเพียงส่วนย่อยส่วนหนึ่งขององค์พระไวโรจนพุทธเจ้าที่เป็นพระพุทธเจ้าองค์แท้และองค์เดียว และจักรวาลอันยิ่งใหญ่ทั้งหลายก็ล้วนอยู่ในความคุ้มครองโอบอุ้มจากแสงแห่งพระไวโรจนพุทธเจ้านั่นเอง (ไวโรจน แปลว่า ผู้ส่องสว่าง)

 
อ้างอิง
สุมาลี มหณรงค์ชัย. พุทธศาสนามหายาน (ฉบับปรับปรุงแก้ไข), พิมพ์ครั้งที่ ๒ กรุงเทพฯ: ศยาม, ๒๕๕๐.
The Incised Drawing of the Triple World on the Petals of Roshana’s Throne in the Todaiji, Nara,in Studies in South Asian Culture, edited by Janice Stargadt, vol. XIII, Leiden: E.J. Brill, 1986.
Avatamsaka Buddhism in East Asia Huayan, Kegon, Flower Ornament Buddhism Origins and Adaptation of a visual Culture, edited by Robert Gimello, Frederic Girard and Imre Hamar, Wiesbaden: Harrassowitz Verlag, 2012.      

[ +zoom ]
ภาพที่ 1 วิหารวัดโตไดจิ เมืองนารา ที่ประดิษฐานพระไวโรจนพุทธเจ้า บูรณะขึ้นใหม่เมื่อไม่กี่สิบปีที่แล้ว ถือได้ว่าเป็นอาคารไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในยุคสมัยใหม่ แต่ก็มีขนาดแค่ ๑ ใน ๓ ของวิหารองค์ดั้งเดิมเท่านั้น

[ +zoom ]
ภาพที่ 2 พระไวโรจนพุทธเจ้า วัดโตไดจิ เมืองนารา บูรณะขึ้นใหม่ในราวพุทธศตวรรษที่ ๒๓ ส่วนองค์ดั้งเดิมสร้างขึ้นเมื่อพุทธศตวรรษที่ ๑๔ ซึ่งในช่วงนั้นแหล่งที่เป็นต้นกำเนิดของพุทธศาสนานิกายนี้ ก็มีการสร้างพระไวโรจนพุทธเจ้าที่มีขนาดใหญ่มาก่อน เช่น พระพุทธรูปสลักหินที่เมืองลั่วหยาง

[ +zoom ]
ภาพที่ 3 กลีบบัวประดับฐานที่ประทับของพระไวโรจนพุทธเจ้า เป็นอันดั้งเดิมที่เหลือจากไฟไหม้ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๘

[ +zoom ]
ภาพที่ 4 ลายสลักที่สำคัญบนกลีบบัวคือรูปพระพุทธเจ้าศากยมุนี แวดล้อมด้วยพระโพธิสัตว์ พระองค์ประทับอยู่เหนือภพภูมิต่างๆ ในจักรวาล ไล่เรียงลงไปเป็นอรูปภูมิ รูปภูมิ และกามภูมิ

[ +zoom ]
ภาพที่ 5 บริเวณส่วนล่างขอกลีบบัวเป็นภาพจักรวาล แต่ละจักรวาลมีภาพเขาพระสุเมรุ ซึ่งเป็นแกนกลางของจักรวาล แวดล้อมด้วยเขาสัตตบริภัณฑ์และนทีสีทันดร แต่ละทิศของเขาพระสุเมรุเป็นที่ตั้งของทวีปต่างๆ
ประเด็นน่าสนใจ
- “นางกวัก” ไทย – “แมวกวัก” ญี่ปุ่น เกิดขึ้นเมื่อใด เกี่ยวข้องกันไหม? [6 มกราคม 2559 18:50 น.]
- ในอินเดีย ไม่มี “แม่ธรณีบีบมวยผม” แต่นิยมในอุษาคเนย์ [6 มกราคม 2559 18:50 น.]
- โคลงนิราศหริภุญไชย แต่งให้ “พระนางสิริยศวดี” กษัตริย์หญิงล้านนาเมื่อ 500 ปีที่แล้ว [6 มกราคม 2559 18:50 น.]
- หนองบัวลำภู มี “พระบางคู่” สร้างโดย “พ่ออร-แม่อร” [6 มกราคม 2559 18:50 น.]
- เพราะสภาพอากาศเปลี่ยน จึงเกิด “ภาชนะดินเผา” ยุคแรกของโลก [6 มกราคม 2559 18:50 น.]
- ที่สามโคก ปทุมธานี มีเมืองโบราณยุคต้นอยุธยา? [6 มกราคม 2559 18:50 น.]
- ฝังศพคนสำคัญลงในหม้อ ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ต้นเค้า “โกศ” [6 มกราคม 2559 18:50 น.]
- “ทำนบ” ที่หัวรอ สมัยอยุธยา คือ สะพานก่ออิฐข้ามแม่น้ำ? [6 มกราคม 2559 18:50 น.]
- “พระบรมธาตุไชยา” ยุคแรกเริ่ม สร้างตามแบบ “ศิลปะจาม” สะท้อนภาพเส้นทางการค้าเมื่อ 1,000 ปีที่แล้ว [6 มกราคม 2559 18:50 น.]
- “ดอกบัวยักษ์ Victoria” ภาพปริศนาธรรมขรัวอินโข่ง วัดบวรฯ วัดบรมฯ สื่อ “ความยิ่งใหญ่” ของอังกฤษ [6 มกราคม 2559 18:50 น.]
ดูทั้งหมด

   หน้าแรก-รายการหนังสือ
   รู้จักเรา
   ประเด็นน่าสนใจ
   ชวนดู-ชวนฟัง
   ร้านจำหน่าย-วิธีสั่งซื้อ
   ติดต่อเรา
สำนักพิมพ์มิวเซียมเพรส
Hotline 081-9135011 ,081-4318084
E-Mail : museum_press@yahoo.com
Line id : museumpress
Copyright by museum-press.com
Engine by MAKEWEBEASY