ประเด็นน่าสนใจ
หล่มสัก หล่มเก่า เพชรบูรณ์ ชุมชนชาวลาว เวียงจันทน์ หลวงพระบาง
[25 กันยายน 2556 21:41 น.]จำนวนผู้เข้าชม 7331 คน
หล่มสัก หล่มเก่า เพชรบูรณ์ ชุมชนชาวลาว เวียงจันทน์ หลวงพระบาง
         เมืองหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ คือชุมชนเก่าแก่แห่งหนึ่งที่อยู่สืบเนื่องมายาวนาน โดยชุมชนแรกเริ่มตั้งอยู่ที่บริเวณที่ปัจจุบันเรียกว่า “หล่มเก่า”
         สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเคยเสนอว่า เมืองหล่มสักอาจเกี่ยวข้องกับ “เมืองลุมบาจาย” ที่ปรากฏในศิลาจารึกสมัยสุโขทัย ส่วนในภูมิสถานพระนครศรีอยุธยา เรียกเมืองนี้ว่า “ล่มเลย” ซึ่งเป็นการเรียกเมืองหล่มสัก ควบคู่กับเมืองเลย ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กัน ส่วนในสมัยรัชกาลที่ 3 มีหลักฐานเอกสารเรียกชาวเมืองหล่มสักว่า “ลาวหล่ม”
        ธีระวัฒน์ แสนคำ นักประวัติศาสตร์ ผู้ศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่นพิษณุโลก เพชรบูรณ์ อธิบายว่า เมืองหล่มสักอาจก่อรูปขึ้นจากการอพยพของชาวหลวงพระบาง เวียงจันทน์ ในราวพ.ศ. 2238-2293  หลังจากเกิดความขัดแย้งในราชสำนักเวียงจันทน์จนบ้านเมืองแตกออกเป็น 3 รัฐ คือ หลวงพระบาง เวียงจันทน์ จำปาศักดิ์ ไม่ใช่การอพยพโยกย้ายมาหลังจากศึกอนุวงศ์อย่างที่เคยเข้าใจกันมาแต่เดิม
        ร่องรอยของวัฒนธรรมลาวที่หล่มสักที่หลงเหลืออยู่ มีเช่น เจดีย์ทรงบัวเหลี่ยมแบบลาว ที่วัดทุ่งธงไชย อ.หล่มเก่า นอกจากนี้ในเอกสารโบราณยังแสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมลาวที่สืบทอดต่อมายังเมืองหล่มสัก เช่น รูปแบบการปกครองแบบล้านช้าง ซึ่งปกครองโดยกรมการเมืองผู้ใหญ่ 4 คน หรือที่เรียกว่า “อาญาสี่” ประกอบด้วย เจ้าเมือง อุปฮาด ราชวงศ์ และราชบุตร หรือดังที่พบในสมณศักดิ์ที่ใช้เรียกพระสงฆ์อาวุโส เช่น หลวงพ่อหลักคำ
        ธีระวัฒน์ แสนคำ อธิบายว่า เมืองหล่มสักอาจเป็นเมืองที่เรียกได้ว่า “เมือง 2 ฝ่ายฟ้า” หรือเมืองที่มีสถานะ “กำกวม” ขึ้นกับรัฐ 2 รัฐ ทั้งรัฐสยามและรัฐล้านช้าง โดยเฉพาะในช่วงสมัยกรุงธนบุรีเป็นต้นมา ซึ่งเป็นช่วงที่เวียงจันทน์ตกอยู่ภายใต้อำนาจของสยามแล้ว แต่หล่มสักก็ยังมีการส่งส่วยให้เวียงจันทน์ รวมทั้งยังส่งส่วยให้แก่กรุงธนบุรีไปพร้อมกันด้วย
        ต่อมาเมืองหล่มสัก ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของสมรภูมิรบระหว่างรัฐสยามกับล้านช้างในศึกเจ้าอนุวงศ์
เก็บความจาก หนังสือเรื่อง “เมืองเพชรบูรณ์และเมืองหล่มสักกับศึกเจ้าอนุวงศ์” เขียนโดย ธีระวัฒน์ แสนคำ จัดพิมพ์เผยแพร่โดย สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ 056-717140

 
ประเด็นน่าสนใจ
- “ซานต้า ลูเซีย” เพลงประจำ ม.ศิลปากร คือชื่อ นักบุญหญิงแห่งอิตาลี [25 กันยายน 2556 21:41 น.]
- รูปบุคคลถือ “Model โบสถ์คริสต์” สื่อความหมาย “ผู้สร้างโบสถ์” [25 กันยายน 2556 21:41 น.]
- ปราสาทศิลาแลงที่นครสวรรค์ คือ “อโรคยศาลา”? [25 กันยายน 2556 21:41 น.]
- ร่องรอยกระจกสี “เก่าสุด” ในไทย พบที่โบสถ์คริสต์บ้านวิชาเยนทร์ ลพบุรี [25 กันยายน 2556 21:41 น.]
- กระจกสี “พระเจ้าหลุยส์ที่ 9 ถือมงกุฎหนาม” วัดพระคริสตหฤทัย ราชบุรี สื่อที่มามงกุฏหนามพระเยซูสู่ฝรั่งเศส [25 กันยายน 2556 21:41 น.]
- ภาพลักษณ์ซานต้าคลอส “อ้วน ใจดี มีเครา ใส่เสื้อแดง” เกิดขึ้นที่สหรัฐ เมื่อศตวรรษที่ 19 [25 กันยายน 2556 21:41 น.]
- ย่านสามเสน-บางซื่อ มีมาแล้วตั้งแต่สมัยอยุธยา [25 กันยายน 2556 21:41 น.]
- รอบอาคารโบราณญี่ปุ่นมีรูป 12 นักษัตร รับคติมาจากจีน [25 กันยายน 2556 21:41 น.]
- “อรุณเทพบุตร” บนหน้าบันโบสถ์ สัญลักษณ์ใหม่ใน “ศิลปะคณะราษฎร” [25 กันยายน 2556 21:41 น.]
- “เสาปริศนา” ที่วัดป่ามะม่วง เมืองสุโขทัย [25 กันยายน 2556 21:41 น.]
ดูทั้งหมด

   หน้าแรก-รายการหนังสือ
   รู้จักเรา
   ประเด็นน่าสนใจ
   ชวนดู-ชวนฟัง
   ร้านจำหน่าย-วิธีสั่งซื้อ
   ติดต่อเรา
สำนักพิมพ์มิวเซียมเพรส
Hotline 081-9135011 ,081-4318084
E-Mail : museum_press@yahoo.com
Line id : museumpress
Copyright by museum-press.com
Engine by MAKEWEBEASY