ถ้ำประตูมังกร เมืองลั่วหยาง “วัดถ้ำ” ๑,๐๐๐ ปี  ๒,๓๐๐ คูหา พระพุทธรูป ๑๐๐,๐๐๐ องค์ ร่องรอยอารยธรรมเก่าแก่  บนเส้นทางสายไหม

ถ้ำประตูมังกร เมืองลั่วหยาง “วัดถ้ำ” ๑,๐๐๐ ปี  ๒,๓๐๐ คูหา พระพุทธรูป ๑๐๐,๐๐๐ องค์ ร่องรอยอารยธรรมเก่าแก่  บนเส้นทางสายไหม

ถ้ำประตูมังกร เมืองลั่วหยาง
“วัดถ้ำ” ๑,๐๐๐ ปี  ๒,๓๐๐ คูหา พระพุทธรูป ๑๐๐,๐๐๐ องค์
ร่องรอยอารยธรรมเก่าแก่  บนเส้นทางสายไหม

ที่ตั้ง: มณฑลเหอหนาน ห่างจากตัวเมืองลั่วหยางลงมาทางใต้ประมาณ ๑๒.๕ กิโลเมตร ทำเลที่ตั้งถือว่าเป็นภูมิประเทศที่ดีมาก ประกอบไปด้วยภูเขาเซียงซานทางด้านตะวันออก และภูเขาหลงเหมินทางด้านตะวันตก ตรงกลางระหว่างภูเขามีแม่น้ำอี้ไหลผ่าน 

ลักษณะ: ถ้ำประตูมังกร หรือในภาษาจีนเรียกว่า หลงเหมินสือคู (Longmen Grottoes) เป็นกลุ่มถ้ำและคูหาสลักขึ้นตามหน้าผา เป็นระยะทางยาวประมาณ ๑.๕ กิโลเมตร ข้อมูลจาก Longmen Caves Research Institute ระบุว่ามีถ้ำและคูหา ๒,๓๔๕ แห่ง จารึกที่ผนังถ้ำ ๒,๘๐๐ ประโยค พระพุทธรูปนับแสนองค์ มีขนาดตั้งแต่ ๒ เซนติเมตร จนถึง ๑๗.๑๔ เมตร โบราณสถานแห่งนี้มีความสำคัญ ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อ พ.ศ.๒๕๔๓

ความเป็นมา: ถ้ำและคูหาประดิษฐานพระพุทธรูปเหล่านี้ เป็นศูนย์รวมทางศาสนาของอดีตเมืองหลวงที่ชื่อว่า “ลั่วหยาง” เริ่มสร้างขึ้นในรัชสมัยของกษัตริย์เสี้ยวเหวินตี้ แห่งราชวงศ์เว่ย เมื่อราวพุทธศตวรรษที่ ๑๑ และนับจากนั้นก็มีการสลักถ้ำและคูหารวมทั้งจารึก เป็นเวลานานต่อเนื่องกันนานนับ ๔๐๐ ปี โดยแบ่งเป็นผลงานการสร้างในสมัยราชวงศ์เว่ย ๓๐% และสมัยราชวงศ์ถัง ๖๐% โดยเฉพาะในรัชสมัยของพระนางบูเช็คเทียน ซึ่งครองบัลลังก์ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๓ แม้จะเป็นยุคสุดท้ายที่มีการสร้างงานพุทธศิลป์ที่นี่ แต่พระนางก็ได้อุปถัมภ์การสร้างงานชิ้นใหญ่ที่สุด ณ บริเวณที่เรียกว่า “วัดเฟิ่งเซียน” ซึ่งมีพื้นที่มากที่สุด คือมีขนาด ๓๐ x ๓๐ เมตร ใช้เวลาในการสร้าง ๔ ปี สลักเป็นภาพพระไวโรจนะ ซึ่งเล่าลือกันว่าเค้าพระพักตร์ของพระพุทธรูป ก็คือพระพักตร์ของพระนางนั่นเอง พระพุทธรูปองค์นี้มีความสูง ๑๗.๑๔ เมตร และยังมีพระโพธิสัตว์ที่สูง ๑๓.๒๕ เมตร และ ๑๐.๕ เมตร อยู่ทางด้านข้างอีกด้วย ปัจจุบันวัดเฟิ่งเซียนแห่งนี้ได้รับการจัดให้เป็น “ไฮไลท์” ของกลุ่มถ้ำทั้งหมด

ความสำคัญ: วัดถ้ำแห่งนี้ถือเป็นแหล่งโบราณสถานที่สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ทางด้านศาสนาระหว่างจีนและอินเดีย ผ่านมาเข้ามาทางการค้า หรือ “เส้นทางสายไหม” อย่างชัดเจน
                   เนื่องจากธรรมเนียมการสร้างหรือสลักถ้ำเพื่อเป็นพุทธสถานนั้น เริ่มต้นขึ้นในอินเดียก่อน เช่น ถ้ำอชันตา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดีย ที่เริ่มสร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ ๔ ต่อเนื่องมาจนถึงพุทธศตวรรษที่ ๑๓ เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงและน่าจะเป็นต้นแบบให้กับวัดถ้ำแห่งอื่นๆ ทั่วภูมิภาคบนเส้นทางสายไหม ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าเชื่อมระหว่างจีน เอเชียกลาง ผ่านเข้าไปยังภาคเหนือของอินเดีย ก็มีศาสนสถานประเภทถ้ำที่มีชื่อเสียงโด่งดังอยู่แห่งหนึ่ง คือ “บามิยัน” ในอัฟกานิสถาน ที่ถือเป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนาในเอเชียกลาง ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๖-๑๕  ที่นี่มีการขุดถ้ำขึ้นกว่า ๒๐,๐๐๐ ถ้ำ ภายในประดับด้วยจิตรกรรมและพระพุทธรูป พระถังซัมจั๋ง ภิกษุชื่อก้องของจีนก็เคยเดินทางผ่านมายังศาสนสถานแห่งนี้เมื่อพุทธศตวรรษที่ ๑๓ และได้บันทึกถึงพระพุทธรูปยืนขนาดใหญ่เอาไว้ด้วย (ปัจจุบันกลุ่มตอลีบันได้ทำลายไปหมดแล้ว)
                   สำหรับวัดถ้ำประตูมังกรซึ่งได้รับการอุปถัมภ์อย่างต่อเนื่อง จึงส่งผลให้กลายเป็นศาสนสถานที่รวบรวมพุทธศิลป์สมัยต่างๆ ของจีนเอาไว้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งยังเป็นแหล่งรวบรวมรูปแบบตัวอักษรที่ปรากฏบนผนังถ้ำ ซึ่งมีอย่างหลากหลายเอา
ไว้ด้วย 


 

Powered by MakeWebEasy.com