ภาพสลักล้ำค่า สมัย "บูเช็กเทียน" ในพิพิธภัณฑ์โตเกียว

ภาพสลักล้ำค่า สมัย "บูเช็กเทียน" ในพิพิธภัณฑ์โตเกียว

ภาพสลักล้ำค่า สมัย "บูเช็กเทียน" ในพิพิธภัณฑ์โตเกียว
          เมืองซีอาน ในอดีตเคยเป็นเมืองหลวงของจีนติดต่อกันนานหลายราชวงศ์ รวมถึง “ราชวงศ์ถัง” ที่เจริญรุ่งเรืองในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๓-๑๕ ด้วย
          สมัยราชวงศ์ถังเป็นยุคที่บ้านเมืองประสบความสำเร็จ ทั้งในด้านการเมืองการปกครอง เศรษฐกิจการค้า ซึ่งมีทั้งการค้าทางบกที่มุ่งไปยังตะวันออกกลางและยุโรป และการค้าทางทะเลที่ติดต่อกับชุมชนริมฝั่งทะเลหลายแห่ง ทำให้มีการแลกเปลี่ยนด้านศิลปะวัฒนธรรมและศาสนาตามมา
          กล่าวกันว่าในสมัยราชวงศ์ถัง เป็นช่วงที่เปิดกว้างให้มีการศึกษาศาสนาและลัทธิต่างๆ เฉพาะพุทธศาสนาได้มีภิกษุเดินทางไปศึกษาถึงอินเดีย ที่รู้จักกันดีคือพระถังซัมจั๋ง นอกจากนี้เหล่านักปราชญ์และกษัตริย์ยังส่งเสริมให้มีการสร้างวัด แปลพระสูตรเป็นภาษาจีน และถือได้ว่าพุทธศาสนาสามารถปรับและหลอมเข้ากับวัฒนธรรมจีนที่มีพื้นฐานอยู่บนคำสอนตามหลักขงจื้อและเต๋าได้อย่างกลมกลืน
          พุทธศาสนาที่เผยแผ่ในจีนยุคนั้น คือนิกายมหายาน ซึ่งมีแนวคิดสำคัญว่าพระพุทธเจ้ามีจำนวนมากมายดุจเม็ดทรายในท้องทะเล แต่ละพระองค์มีพระเมตตาที่จะช่วยนำพาสัตว์โลกให้พ้นทุกข์  โดยแต่ละพระองค์มีสภาวะที่เหนือกว่ามนุษย์ธรรมดาทั่วไป
          วัดสำคัญแห่งหนึ่งที่สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ถัง ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๓ คือวัด Guangzhaisi ที่สร้างขึ้นในบริเวณที่อ้างว่ามีการพบพระบรมสารีริกธาตุ ที่นี่พระจักรพรรดินีบูเช็กเทียนได้โปรดฯ ให้สลักภาพที่งดงามล้ำค่ามากชุดหนึ่ง เป็นภาพพระพุทธเจ้าในปางแสดงธรรมจำนวนมากมายหลายภาพ ซึ่งสื่อถึงการแสดงธรรมของพระพุทธเจ้าพระองค์ต่างๆ จำนวนมากมายดุจเม็ดทรายนั่นเอง กระทั่งในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๕ จึงมีการย้ายภาพสลักเหล่านั้นไปไว้ที่วัด Baoqingsi และวัดอื่นๆ บ้าง แต่ปัจจุบันภาพสลักส่วนหนึ่งถูกย้ายไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และส่วนหนึ่งอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา 

อ้างอิง

สุมาลี มหณรงค์ชัย. พุทธศาสนามหายาน, พิมพ์ครั้งที่ ๒ กรุงเทพฯ: ศยาม, ๒๕๕๐.
------. พระชินพุทธห้าพระองค์ กรุงเทพฯ: ศยาม, ๒๕๔๗.


 




















พระพุทธเจ้าศากยมุนีพร้อมสาวก    
     พระพุทธเจ้าศากยมุนีเป็นกายเนื้อของพระอมิตาภะ ซึ่งมนุษย์สามารถเห็นถึงการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ของพระองค์ เพื่อจะได้รู้ว่าชีวิตนี้ไม่เที่ยงแท้ ให้รู้จักใช้ชีวิต

 




















พระพุทธเจ้าศากยมุนีพร้อมสาวก
     มหายานเชื่อว่ากายเนื้อของพระศากยมุนีที่ดับสูญไปจากโลก ที่จริงแล้วพระองค์ยังคงอยู่คอยช่วยเหลือสรรพสัตว์ หายไปแต่เพียงร่างที่เป็นกายเนื้อเท่านั้น

 




















พระอมิตาภะ
     เป็นกายทิพย์บนแดนสุขาวดี มีแต่เทวดาและผู้บำเพ็ญบารมีเท่านั้นที่เห็นพระองค์ได้ เชื่อกันว่าผู้ที่บูชาพระองค์จะได้ไปเกิดในสุขาวดี ซึ่งเป็นแดนที่งดงามสงบเปี่ยมด้วยธรรม และจะเข้าสู่นิพพานได้ง่าย




















พระเมตไตรยะ
      มหายานเชื่อว่าพระองค์จะเสด็จมาช่วยเมื่อพระธรรมเสื่อมสูญ ทรงเป็นตัวแทนของพระอโมฆสิทธิซึ่งประทับอยู่ทางด้านทิศเหนือ

























พระเอกทศมุขีอวโลกิเตศวร
    คือเจ้าแม่กวนอิมในภาคที่มี ๑๑ เศียร เพื่อคอยสอดส่องดูแลช่วยเหลือสรรพสัตว์จากทุกทิศทุกทาง เป็นพระโพธิสัตว์ที่ถูกผสานเข้ากับตำนานเจ้าหญิงจีน จนเกิดเป็นพระโพธิสัตว์ที่เป็นเพศหญิง












การจัดแสดงภาพสลักสมัยพระนางบูเช็กเทียนในอาคารศิลปะเอเชีย พิพิธภัณฑสภานแห่งชาติโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

Powered by MakeWebEasy.com