ประเด็นน่าสนใจ
สินไซ - ฐานที่มั่นทางวัฒนธรรมของชาวลาว-อีสาน
[10 ตุลาคม 2555 18:54 น.]จำนวนผู้เข้าชม 12499 คน
สินไซ - “ฐานที่มั่นทางวัฒนธรรม" ของชาวลาว-อีสาน
    วรรณกรรมเรื่องสินไซ หรือสังข์ศิลป์ชัย เป็นนิทานพื้นบ้านอีสาน-ลาว ที่ได้รับการยกย่องว่ามีความไพเราะ และได้รับการจัดอันดับให้เป็นวรรณกรรมชั้นยอดของลาว เป็นเรื่องราวการผจญภัยและการต่อสู้กับฝ่ายอธรรมของ 3 พี่น้อง ประกอบด้วย สังข์ สินไซและสีโห แต่ทุกวันนี้ยังเป็นปริศนาอยู่ว่ามีที่มาจากไหน ใครเป็นผู้แต่งและแต่งขึ้นครั้งแรกเมื่อใด แต่มีหลักฐานว่ามีมาแล้วอย่างน้อยราวพุทธศตวรรษที่ 22 ซึ่งเป็นฉบับที่เชื่อกันว่าท้าวปางคำเป็นผู้เรียบเรียงขึ้นเป็นคำกลอนลาว

    นิทานเรื่องนี้ได้รับความนิยมมาก เพราะชาวบ้านที่อยู่ในแถบภาคเหนือ ภาคอีสานของไทย รวมไปถึงในประเทศลาว ต่างรู้จักนิทานเรื่องนี้กันอย่างกว้างขวาง เนื่องจากได้มีโอกาสรับรู้นิทานเรื่องนี้จากการได้ฟังในงานศพ และชมเป็นมหรสพตามงานบุญต่างๆ ในรูปของ หมอลำ หนังบักตื้อหรือหนังตะลุงอีสาน
    อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าคนรุ่นใหม่ในปัจจุบันจะเริ่มห่างเหินจากนิทานเรื่องนี้  ทำให้นักอนุรักษ์วรรณกรรมโบราณและรักวรรณกรรมเรื่องสินไซ ทั้งในประเทศไทยและประเทศลาว ต่างพยายามผลักดันนำเรื่องสินไซมาให้คนรุ่นใหม่เรียนรู้  เพราะตระหนักว่า “สินไซ คือฐานที่มั่นทางวัฒนธรรม” เนื่องจากเป็นนิทานที่ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาท้องถิ่นลาวและสอนจริยธรรมให้กับผู้คนได้เป็นอย่างดี รูปแบบของการเรียนรู้ มีทั้งการฝึกหัดอ่านกลอนลำ หัดเชิดหนังตะลุง รวมทั้งการเรียนรู้ผ่านจากจิตรกรรมฝาผนัง ที่ปรากฏอยู่บนผนังด้านนอกของสิมหลายแห่งในภาคอีสาน 

สำหรับผู้สนใจเรื่องราวและภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องสินไซที่วาดไว้บนผนังของสิมหลายแห่งในภาคอีสาน สามารถหาอ่านได้จากหนังสือ จิตรกรรมเล่าเรื่อง วรรณกรรมอมตะ ผลิตโดยสำนักพิมพ์มิวเซียมเพรส

 
เทศบาลขอนแก่น นำ “สีโห” หนึ่งในตัวละครเอกจากเรื่องสินไซ มาประดับยอดเสาไฟ ตามนโยบายกระตุ้นให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจเรื่องสินไซ คล้ายๆ แนวคิดของท่านพระครูบุญชยากร เจ้าอาวาสวัดไชยศรี บ้านสาวะถี อ.เมือง จ.ขอนแก่น ที่นำชื่อตัวละครเอกในเรื่องสินไซ ไปตั้งชื่อถนนในหมู่บ้าน เพื่อกระตุ้นในคนรุ่นใหม่สงสัย และหวังให้ไปค้นคว้าหาคำตอบ ซึ่งจะช่วยให้เรื่องสินไซคงอยู่ในความรับรู้ของคนรุ่นใหม่ต่อไปเรื่อยๆ (อ้างอิง งานสัมมนา “สินไซเดินดง: จากยุคธรรมิกราชา ถึงยุคโลกาภิวัตร” มหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อวันที่ ๖ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๕)
สินไซและสีโหปราบยักษ์ จิตรกรรมฝาผนังวัดโพธาราม อ.นาดูน จ.มหาสารคาม
สีโหปราบยักษ์ จิตรกรรมฝาผนังวัดสนวนวารีพัฒนาราม อ.บ้านไผ่จ.ขอนแก่น
สีโหและสังข์ปราบยักษ์ จิตรกรรมฝาผนังวัดไชยศรี อ.เมือง จ.ขอนแก่น

 



































































 
ประเด็นน่าสนใจ
- ย่านสามเสน-บางซื่อ มีมาแล้วตั้งแต่สมัยอยุธยา [10 ตุลาคม 2555 18:54 น.]
- รอบอาคารโบราณญี่ปุ่นมีรูป 12 นักษัตร รับคติมาจากจีน [10 ตุลาคม 2555 18:54 น.]
- “อรุณเทพบุตร” บนหน้าบันโบสถ์ สัญลักษณ์ใหม่ใน “ศิลปะคณะราษฎร” [10 ตุลาคม 2555 18:54 น.]
- “เสาปริศนา” ที่วัดป่ามะม่วง เมืองสุโขทัย [10 ตุลาคม 2555 18:54 น.]
- ภาพถ่ายเก่า เผยยอดรัศมีของพระอจนะ สุโขทัย เดิมเป็นทรงดอกบัว [10 ตุลาคม 2555 18:54 น.]
- จิตรกรรมวัดมหาสมณาราม สะท้อนแหล่งจาริกแสวงบุญ 3 ชนชั้น [10 ตุลาคม 2555 18:54 น.]
- ประติมากรรม “พระร่วง-พระลือ” คือรูปแทนองค์ “พ่อขุนราม-พญาลิไทย” [10 ตุลาคม 2555 18:54 น.]
- ชื่อเดิมของ “สุโขทัย” ในยุคบายน คือ “ศรีชยเกษมปุรี”? [10 ตุลาคม 2555 18:54 น.]
- “นางกวัก” ไทย – “แมวกวัก” ญี่ปุ่น เกิดขึ้นเมื่อใด เกี่ยวข้องกันไหม? [10 ตุลาคม 2555 18:54 น.]
- ในอินเดีย ไม่มี “แม่ธรณีบีบมวยผม” แต่นิยมในอุษาคเนย์ [10 ตุลาคม 2555 18:54 น.]
ดูทั้งหมด

   หน้าแรก-รายการหนังสือ
   รู้จักเรา
   ประเด็นน่าสนใจ
   ชวนดู-ชวนฟัง
   ร้านจำหน่าย-วิธีสั่งซื้อ
   ติดต่อเรา
สำนักพิมพ์มิวเซียมเพรส
Hotline 081-9135011 ,081-4318084
E-Mail : museum_press@yahoo.com
Line id : museumpress
Copyright by museum-press.com
Engine by MAKEWEBEASY