กลางกรุงโตเกียว มีสุสานโบราณอายุ1,000 ปี

กลางกรุงโตเกียว มีสุสานโบราณอายุ1,000 ปี

กลางกรุงโตเกียว มีสุสานโบราณอายุ 1,000 ปี
               ประเทศญี่ปุ่นมีสุสานโบราณที่สร้างเป็นเนินดินขนาดใหญ่กระจายอยู่ทั่วประเทศนับหมื่นแห่ง รวมทั้งในใจกลางกรุงโตเกียว เมืองหลวงอันทันสมัยของญี่ปุ่น ก็พบเนินสุสานโบราณจำนวนมากด้วย คาดกันว่าสุสานเหล่านี้เป็นสุสานของชนชั้นนำของชนเผ่าเมื่อพันปีก่อนของญี่ปุ่น ซึ่งสร้างขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๙-๑๒ นักโบราณคดีจึงเรียกช่วงเวลานี้ว่าสมัย “โคะฟุน” (Kofun) ที่มีความหมายว่าสุสาน
                นักโบราณคดีสันนิษฐานว่า ช่วงก่อนสมัยโคะฟุน ชาวญี่ปุ่นโบราณแยกกันเป็นเผ่าต่างๆ กระทั่งราวพุทธศตวรรษที่ ๘ เผ่ายาโมโตะที่มีอำนาจและเข้มแข็งมากที่สุด จึงสามารถรวบรวมเผ่าต่างๆ ไว้ภายใต้การปกครอง ส่งผลให้สามารถควบคุมกำลังคนไว้ได้จำนวนมาก ซึ่งทำให้สามารถเกณฑ์แรงงานมาสร้างสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ได้ ดังเช่น สุสานของชนชั้นปกครองที่กระจายอยู่จำนวนมากนี้
                องค์ประกอบของสุสานมักประกอบด้วยส่วน ๒ ส่วน คือ ส่วนเนินดินที่ปกคลุมหลุมศพ และแท่นที่ยื่นออกมาทางด้านหน้า
                ส่วนเนินดินที่ปกคลุมหลุมศพ มีทั้งแบบทรงกลมและทรงสี่เหลี่ยม ขณะที่แท่นที่ยื่นออกมาทางด้านหน้า มีทั้งแบบรูปสี่เหลี่ยมคางหมู ซึ่งหากมองจากด้านบนจะเห็นเป็นรูปทรงเหมือนกับรูกุญแจ และอีกแบบหนึ่งคือแบบทรงสี่เหลี่ยมธรรมดา นอกจากนี้สุสานบางแห่งยังคลุมด้านนอกทั้งหมดด้วยหินอีกด้วย ซึ่งนักโบราณคดีสันนิษฐานว่ารูปแบบที่แตกต่างกันของสุสานเหล่านี้ อาจแสดงถึงความแตกต่างของตระกูลชนชั้นปกครองก็เป็นได้
                ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๐ ตระกูลยาโมโตะที่มีอำนาจทางทหารและการเมืองมากที่สุด ยังอ้างสิทธิอันชอบธรรมในการปกครองผู้คน ด้วยการอ้างว่าตนสืบเชื้อสายมาจาก “อะมะเตระสุ” เทพีแห่งพระอาทิตย์ผู้ปกครองสรวงสวรรค์ด้วย ส่งผลให้สามารถขยายอำนาจการปกครองเป็น “อาณาจักร” ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๑
                สำหรับสุสานซึ่งเป็นสิ่งแสดงความยิ่งใหญ่ของชนชั้นปกครองในสมัยโคะฟุน นักโบราณคดีพบว่าภายนอกมักมีการตกแต่งรอบเนินดินรวมทั้งด้านบนเนินด้วย “haniwa” หรือเครื่องปั้นดินเผาที่มีรูปทรงแตกต่างกันไป ทุกวันนี้ยังไม่ทราบวัตถุประสงค์ในการสร้าง เพียงแต่สรุปได้ว่าพบแพร่หลายทางภูมิภาคตะวันออกมากกว่าทางตะวันตก ส่วนภายในสุสานแบ่งได้ว่าในยุคต้นมักพบคันฉ่องสำริด ลูกปัด อาวุธ แต่ในยุคกลางและยุคปลายมักมีอุปกรณ์การขี่ม้าด้วย ทำให้เกิดข้อสันนิษฐานว่าสถานะของผู้นำอาจเปลี่ยนจากผู้นำทางจิตวิญญาณในยุคต้น มาเป็นผู้นำที่เป็นนักรบในยุคกลางเป็นต้นมาก็ได้ นอกจากนี้แล้วยังมักพบภาชนะดินเผาชนิดต่างๆ รวมทั้งเครื่องประดับ และอาวุธอีกด้วย
                ต่อมาเมื่อพุทธศาสนาแพร่เข้ามาจากจีนและเกาหลี ส่งผลให้ความนิยมในการฝังร่างไว้ในสุสานขนาดใหญ่ เปลี่ยนไปเป็นการเผาในที่สุด
 
อ้างอิง
Charle T. Keally. Kofun Culture, www.t_net.ne.jp.

www.haniwakan.com
 

 

Powered by MakeWebEasy.com