สุสาน “รูกุญแจ” ของจักรพรรดิ์ญี่ปุ่น ความลับที่ยังไม่ถูกเปิด

สุสาน “รูกุญแจ” ของจักรพรรดิ์ญี่ปุ่น ความลับที่ยังไม่ถูกเปิด

สุสาน “รูกุญแจ” ของจักรพรรดิ์ญี่ปุ่น ความลับที่ยังไม่ถูกเปิด
     นอกจากสุสานปิระมิดแห่งอียิปต์ และ สุสานจักรพรรดิ์จิ๋นซี ประเทศจีน ซึ่งเป็นสุสานขนาดใหญ่ของโลกและเป็นที่รู้จักกันทั่วไปแล้ว ยังมีสุสานขนาดใหญ่อีกแห่งหนึ่งที่ยังไม่ค่อยรู้จักกันมากนักคือ สุสานของจักรพรรดิ์ Nintoku แห่งญี่ปุ่น (จักรพรรดิ์พระองค์ที่ 16 ของราชวงศ์อิมพีเรียล) ซึ่งคาดว่าสร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 11 
     สุสานจักรพรรดิ์ Nintoku ตั้งอยู่ในย่าน Mozu เมือง Sakai ทางด้านใต้ของ Osaka รูปทรงของสุสานประกอบด้วยเนินดินส่วนกลมอยู่ด้านบน และเนินดินส่วนเหลี่ยมคล้ายชายกระโปรงอยู่ด้านล่าง หากมองจากทางอากาศจะดูเหมือน “รูกุญแจ” ซึ่งปัจจุบันยังไม่ทราบแน่ชัดถึงความเป็นมาของรูปทรงนี้ ทั้งหมดถูกล้อมรอบด้วยคูน้ำ ซึ่งรูปทรงของสุสานแบบนี้เป็นลักษณะเฉพาะของญี่ปุ่น เชื่อกันว่าสุสานเหล่านี้เป็นที่ฝังพระศพของจักรพรรดิ์และพระบรมวงศ์พระองค์ต่างๆ ของราชวงศ์อิมพีเรียล ซึ่งสืบเชื้อสายต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน พบอยู่เป็นกลุ่มใหญ่บ้างเล็กบ้างตามเมืองโบราณของญี่ปุ่น เช่นที่ โอซาก้า นารา เกียวโต และโตเกียว รวมเกือบ 1000 แห่ง แต่ที่ถือว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นคือสุสานของจักรพรรดิ์ Nintoku แห่งนี้ โดยมีพื้นที่ทั้งหมดราวกว่า 4 แสนตารางเมตร ยาวราว 700 เมตร กว้างราว 600 เมตร และสูงราว 30 เมตร ปัจจุบันสุสานทั้งหมดอยู่ภายใต้การดูแลของสำนักพระราชวังญี่ปุ่น และถือเป็นเขตศักดิ์สิทธิ์และหวงห้าม
     จากโบราณวัตถุที่พบทั้งจากการขุดค้นและพบจากการพังทลายของดิน คาดว่าเดิมสุสานโดยทั่วไป นอกจากจะประดิษฐานพระศพแล้ว ยังมีของอุทิศต่างๆ ฝังร่วมลงไปด้วย เช่น อาวุธที่ทำจากสำริด เสื้อเกราะ กระจกสำริด เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการตั้งประดับตุ๊กตาดินเผาไว้บนสุสานเป็นจำนวนมากอีกด้วย
     สำหรับที่สุสาน Nintoku นี้ ยังไม่เคยมีการขุดค้นอย่างจริงจัง แต่จากการที่ใน ค.ศ.1872 (ราว พ.ศ.2415)  ได้เกิดพายุไต้ฝุ่นพัดถล่มเมืองนี้ ทำให้ดินส่วนหนึ่งของสุสานได้พังทลายลงมา จนพบโบราณวัตถุจำนวนหนึ่ง ที่สำคัญคือพบห้องคูหา ภายในประดิษฐานโลงหินขนาดใหญ่ ซึ่งคาดว่าเป็นที่ประดิษฐานพระศพของจักรพรรดิ์ แต่ในครั้งนั้นมีเพียงการวาดรูปบันทึกหลักฐานไว้ (ปัจจุบันได้มีการจำลอง จัดแสดงไว้ใน Sakai city museum) และหลังจกนั้นได้นำดินมากลบให้มีสภาพดังเดิม
    สุสานขนาดใหญ่ที่ใช้ฝังพระศพของราชวงศ์รวมถึงสุสาน Nintoku แห่งนี้ เป็นตัวอย่างของการปะทะกันทางความคิด 2 แนวคิด คือ
     1 แนวคิดที่ถือว่าสุสานคือ มรดกทางวัฒนธรรมและเป็นคลังความรู้ในอดีต ซึ่งนักโบราณคดีปรารถนาที่จะศึกษา เนื่องจากเชื่อว่าเป็นสถานที่ที่มีการบรรจุสิ่งของในอดีตไว้จำนวนมาก และได้รับการรักษาไว้อย่างแน่นหนามิดชิด ทำให้สามารถศึกษาข้อมูลได้อย่างละเอียดและแม่นยำ
     2 แนวคิดที่ถือว่าสุสานคือสถานที่ควรแก่การเคารพ เนื่องจากเป็นที่ฝังร่างของบรรพชนของราชวงศ์อมิพีเรียล ซึ่งยังสืบสายมาถึงปัจจุบัน สำนักพระราชวังของญี่ปุ่นจึงเข้มงวดอย่างมากในการเข้าไปศึกษาหรือขุดค้น ทำให้ยังไม่เคยมีการขุดค้นบริเวณใจกลางสุสานอย่างจริงจัง หรือหากมีการอนุญาตก็สามารถทำได้เพียงชายขอบของสุสานเท่านั้น ดังนั้นปัจจุบันข้อมูลทางโบราณคดีเกี่ยวกับสุสานโบราณของญี่ปุ่นจึงยังมีอยู่น้อย
     อย่างไรก็ตาม นักโบราณคดีชาวญี่ปุ่นบางท่าน ได้ตั้งข้อสังเกตถึงการเข้มงวดในการเข้าขุดค้นทางโบราณคดีว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่อาจเกิดจากความกังวลของสำนักพระราชวังญี่ปุ่น ซึ่งมีแนวคิดอนุรักษ์นิยม ถึงผลของการขุดค้นที่อาจชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงทางเชื้อสายระหว่างราชวงศ์อิมพีเรียลกับประเทศเกาหลี   (ดูรายละเอียดประเด็นนี้เพิ่มเติมได้ที่ http://news.nationalgeographic.com/news/2008/04/080428-ancient-tomb_2.html)

Powered by MakeWebEasy.com